“มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์”ประจำปี 2555
ที่มา : http: //www.ryt9.com
“ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า
ช้างมันตัวโตไม่เบา จมูกยาวยาว เรียกว่างวง
มีเขี้ยวใต้งวง
เรียกว่างา มีหูมีตา หางยาว”
ที่มา : http://feelthai.blogspot.com/
จังหวัดสุรินทร์ กำหนดจัดงาน
"มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์”ประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 14 – 25 พฤศจิกายน นี้
นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์
เป็นดินแดนที่ได้ชื่อว่ามีการเลี้ยงช้างเป็นจำนวนมาก
และมีการจัดงานแสดงของช้างเป็นงานประจำปี เพื่อแสดงถึงความสามารถของช้าง
และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์
ตลอดจนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น โดยในปีนี้
ได้กำหนดจัดงานแสดงช้าง ภายใต้ชื่อการจัดงานว่า "มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์” ระหว่างวันที่ 14 – 25 พฤศจิกายน 2555 รวม 12 วัน ณ
สนามกีฬาศรีณรงค์
สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ของงาน มีดังนี้ วันที่ 16 พฤศจิกายน
พิธีต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้าง กว่า 250 เชือก การแสดงแสง สี
เสียง "ตำนานพันปีปราสาทศีรขรภูมิ” วันเสาร์ ที่ 17และวันอาทิตย์ 18 พฤศจิกายน 2555 งานแสดงของช้างแสนรู้และความน่ารักของช้างสุรินทร์ ณสนามแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์
โดยการแสดงถึงวิถีชีวิตความผูกพันระหว่างช้างกับชาวสุรินทร์
การจำลองพิธีกรรมเกี่ยวกับการเลี้ยงช้าง การแสดงคล้องช้าง การชักเย่อคนกับช้าง
ช้างแข่งฟุตบอล การจำลองขบวนช้างศึกสงครามยุทธหัตถี นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ
ได้แก่ ประกวดสาวงามเมืองช้าง การประกวดโต๊ะอาหารช้างเลี้ยง
การแข่งขันหนุ่มพลังช้างและวิ่งมินิฮาล์ฟ
สุดยอดงานช้างสุรินทร์
ที่มา :
http://travelblog.tourismthailand.org
งานช้างสุรินทร์เป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากของจังหวัดสุรินทร์ที่มี่ช้างมากมายเข้ารวมแสดงความสามารถของแต่ล่ะเชือกเพราะความน่ารักของช้างแต่ละเชือกจึงทำให้ผู้คนมากมายร่วมถึงชาวต่างชาติเข้ารับชมกันมากมายและนี้คือเสน่ห์ของงานช้างของจังหวัดสุรินทร์
และทั้งนี้งานช้างสุรินทร์ยังมีประวัติความเป็นมาว่า
เมื่อ ๒๐๐ กว่าปีที่ผ่านมาในสมัยสมเด็จพระที่นั่งสุริยาอมรินทร์
กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งกรุงศรีอยุธยาช้างเผือกสำคัญแตกโรงหนีเข้าป่ามาทางเมืองพิมาย
พระองค์จึงโปรดฯ ให้ทหารออกติดตาม จนกระทั่งถึงเขตที่ชุมชนชาวกูย (กวย) อาศัยอยู่ซึ่งชาวกวยกลุ่มนี้เป็นพวกที่มีความชำนาญในการคล้องช้างและจับช้างอย่างยิ่งในที่สุดก็สามารถติดตามช้างเผือกจนพบและนำกลับสู่กรุงศรีอยุธยาความดีความชอบในครั้งนั้น
ส่งผลให้หัวหน้าชาวกูยที่เป็นคณะติดตามช้างได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์พร้อมกับโปรดฯ ยกบ้านให้เป็นเมืองและหนึ่งในบรรดาหัวหน้าชาวกูยก็คือ “เชียงปุม” ซึ่งได้
รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “หลวงสุรินทร์ภักดี” และต่อมา ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น “พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์
จางวาง” ผู้เป็นเจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดสุรินทร์
งานช้างได้จัดตั้งขึ้นมาเนื่องจาก
ที่มา : http://www. prdpck5.com
เหตุการณ์ชุมนุมช้างอย่างไม่ได้ตั้งใจในปี
๒๔๙๘ ทำให้ผู้คนที่ทราบข่าวต่างพากันสนใจกันเป็นจำนวนมาก และในปี ๒๕๐๓ อำเภอท่าตูม
ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านช้างได้มีการเฉลิมฉลองที่ว่าการอำเภอใหม่ นายวินัย
สุวรรณประกาศ ซึ่งเป็นนายอำเภอในขณะนั้นได้เชิญชวนให้ชาวกูยเลี้ยงช้างทั้งหลายให้นำช้างของตนมาจัดแสดงให้ประชาชนได้ดูได้ชมกันเนื่องจากไม่สามารถจะไปคล้องช้างตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาได้อย่างเคย อันเนื่องมาจากปัญหาการเมืองระหว่างประเทศการแสดงในครั้งนั้นได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก
ซึ่งนอกจากจะมีการแสดงคล้องช้างให้ดูแล้ว ยังมีการเดินขบวนแห่ช้าง การแข่งวิ่งช้าง และในกลางคืนก็ได้มีงานรื่นเริงมีมหรสพต่างๆ ตลอดคืน
ซึ่งใครจะคาดคิดว่าจากงานเฉลิมฉลองที่ว่าการอำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งในถิ่นทุรกันดารของภาคอีสานเมื่อวันที่
๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๓
จะกลายมาเป็นงานประเพณีของชาติที่โด่งดังไปทั่วโลกนับต่อเนื่องมาจวบจนปัจจุบัน
ประเพณีการแสดงของช้างได้ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลาร่วม ๔๐ ปี แล้ว ถ้าเป็นคนก็ถือว่าย่างเข้าสู่วัยกลางคนก็ไม่ผิดเท่าใดนักสุรินทร์
จังหวัดที่เคยเงียบเหงาในอดีต
ได้ถูกชาวกูยและช้างสร้างให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างน่าภาคภูมิใจ
วีรกรรมของชาวกูยปัจจุบันไม่ได้แตกต่างจากบรรพบุรุษเลยแม้แต่น้อย...
Best Surin
Elephant.
ที่มา : http:// i-san.tourismthailand.org
ที่มา : http://region2.prd.go.ch
"คนสุรินทร์เมืองช้าง
(ชาวกวย) รวยเพราะช้าง"
ที่มา : http://www.esanclick.com
ที่มา : http://www.thailandexhibition.com





